CAT datacom News & promotion

ศูนย์รวมข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับ CAT datacom

Corporate Internet หรือ Home Internet แบบไหนที่ตอบโจทย์กับสิ่งที่คุณกำลังตามหา

25.07.2019

ไม่ว่าคุณจะเป็นใครในโลกใบนี้ - คนทั่วไป พนักงานประจำ หรือ เจ้าของธุรกิจเล็กใหญ่ - คงไม่มีใครปฏิเสธได้อีกต่อไปว่าอินเทอร์เน็ตนั้นมีความจำเป็นกับชีวิตประจำวันของเราไม่มากก็น้อย

 

สำหรับบุคคลทั่วไปแล้วในเวลานี้มีแพคเกจอินเทอร์เน็ต Home Internet (หรือที่รู้จักโดยทั่วไปว่าเน็ตบ้าน) - ความเร็วสูงมาให้เลือกกันอย่างหลากหลาย แถมราคาก็ถูกลงอย่างมากเมื่อเทียบกับสมัย 2-3 ปีก่อนหน้านี้

 

เจ้าของธุรกิจทั้งเล็กและใหญ่ต่างต้องการที่จะปกป้องเงินทุกบาททุกสตางค์ที่หามาได้อย่างยากลำบาก แต่สิ่งที่พวกเขามักมองข้ามคือการเลือกที่จะประหยัดเงินกับสิ่งที่ควรลงทุนอย่างอินเทอร์เน็ต เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วถ้าไม่ใช่บริษัทที่ขนาดใหญ่ พวกเขาจะเลือกใช้อินเทอร์เน็ตบ้านเพื่อให้บริษัทเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ จริงอยู่ที่อินเทอร์เน็ตสำหรับบริษัท (Corporate Internet) มีค่าใช้จ่ายที่แพงกว่า แต่สิ่งที่ตามมาด้วยก็เป็นผลพลอยได้ที่คุ้มค่าอย่างการเชื่อมต่อที่เสถียร ฟีเจอร์ต่างๆที่อินเทอร์เน็ตบ้านไม่มี รวมถึงการดูแลที่ดีกว่าเมื่อต้องการความช่วยเหลือ

 

สำหรับคนที่กำลังตัดสินใจว่าจะไปทางไหนดี ยืนอยู่ตรงทางแยกว่าจะใช้อินเทอร์เน็ตบ้านหรืออินเทอร์เน็ตสำหรับบริษัทดี ประโยชน์ของมันจะเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหรือเปล่า? ลองอ่านต่อไปเผื่อว่ามันอาจจะทำให้การตัดสินใจครั้งนี้ง่ายยิ่งขึ้น

 

เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมอินเตอร์เน็ตที่ใช้อยู่ถึงหน่วงๆ บางครั้งก็เชื่อมต่อได้แบบตะกุกตะกัก บางเวลาสัญญาณก็อาจจะหายไปดื้อๆ เหตุผลก็คือว่าเวลานั้นคุณอาจจะกำลังแชร์การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกับลูกค้าอินเทอร์เน็ตบ้านคนอื่นๆในละแวกนั้น และมันเป็นช่วงเวลาที่คนใช้อินเทอร์เน็ตกันเยอะๆ

 

เมื่อ Bandwidth ถูกแชร์ มันก็จะทำให้ประสิทธิภาพของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตลดลงไปด้วย ผู้ให้บริการจะเป็นคนกำหนดว่า connection อันหนึ่งจะมีคนร่วมแชร์ได้เท่าไหร่ ถ้าเห็นตัวเลขอย่าง 40:1 ก็หมายความว่า 40 จุดต่อหนึ่งการเชื่อมต่อ เมื่อมีคนใช้ช่วงพีคๆ ก็หมายความว่าทุกคนออนไลน์กันหมด เมื่อนั้น Bandwidth ก็จะเริ่มติดขัด นี่คือเหตุผลว่าทำไมอินเทอร์เน็ตบ้านถึงราคาถูกกว่าเพราะมันถูกแชร์ไปให้หลายที่ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ถ้าไม่ได้ใช้อินเทอร์เน็ตแบบหนักๆ หรือว่าแค่ท่องเว็บไซต์อ่านบทความก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว

 

แต่ถ้าเป็น Corporate Internet จะมีการเชื่อมต่อแบบ 1:1 ซึ่งหมายความว่าคุณคือผู้ใช้งานคนเดียว ซึ่งจะทำให้อินเทอร์เน็ตสำหรับบริษัทเสถียรมากกว่า ความเร็วไม่ตก ไม่ว่าเวลาไหนของวัน ถ้าคุณต้องการเรื่องความมั่นคงและแน่นอน สำหรับตัวบริษัทเองและลูกค้าที่ใช้งาน การอัพเกรดเป็นอินเทอร์เน็ตของบริษัทก็ถือว่าจำเป็นไม่น้อย

 

แทบทุกคนเวลาเลือก/เปรียบเทียบผู้ให้บริการทางอินเทอร์เน็ตจะนำตัวเลขความเร็วการอัพโหลด/ดาวน์โหลดจากหลายๆที่มาเทียบกันเพื่อหาดีลที่ดีที่สุด ตัวเลขเหล่านี้คือสิ่งที่บ่งบอกว่าในสถานการณ์ที่ “ดีที่สุด” มันจะเร็วได้ขนาดไหน (ตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 1 Gbps.)

 

สำหรับคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตตามบ้าน ความเร็วของการดาวน์โหลดจะมีความสำคัญกว่าอัพโหลดเพราะเราเป็นบุคคลที่เสพข้อมูล แต่สำหรับบริษัทที่ให้บริการออนไลน์ อย่าง webminar หรือสำหรับบริษัทที่มีการเก็บข้อมูลไว้บน cloud อยู่ตลอดเวลา ค่าอัพโหลดคือสิ่งที่จำเป็นไม่น้อยเลยทีเดียว

 

ปกติแล้ว Corporate Internet จะมาพร้อมกับสิ่งนี้ มีความเร็วและเชื่อมต่อโดยไม่ติดขัด ไม่ว่าจะเป็นการดาวน์โหลดที่ใช้สำหรับการโหลดคอนเทนท์/สตรีมมิ่งหรืออัพโหลดเก็บข้อมูลสำคัญบน Cloud สำหรับการเรียกใช้ในอนาคต

 

อินเทอร์เน็ตบ้านนั้นมักจะมีความเร็วในการโหลดสูงแต่อัพโหลดที่ต่ำกว่า เพราะไม่มีความจำเป็นและเพื่อลดค่าใช้จ่ายให้ถูกลง สำหรับอินเทอร์เน็ตของบริษัทส่วนใหญ่แล้วสองเลขจะมีค่าใกล้เคียงกัน ไม่ว่ากิจกรรมของพนักงานบริษัทจะเป็นแบบไหน หรือใช้เพื่อทำอะไร สิ่งนี้จะช่วยให้พวกเขาทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นไปด้วย

 

 

 


       แล้วต้องเลือกยังไง? อันนี้ต้องแล้วแต่ว่าจำนวนผู้ใช้งาน (ทั้งลูกค้าและพนักงาน) มีเยอะมากขนาดไหน อาจจะสอบถามจากพนักงานและเทียบดูว่าแค่ไหนถึงจะกำลังพอดี

 

IP Address ก็เป็นอีกเรื่องนึงที่ต้องพิจารณา ซึ่ง IP Address ก็เหมือนเลขที่บ้านบนเครือข่ายออนไลน์ของคุณ Dynamic IP Address ที่มีการเปลี่ยนแปลง IP Address อยู่ตลอดนั้นเป็นสิ่งที่ผู้ให้บริการนั้นมอบให้อยู่แล้ว แต่ถ้าเราจ่ายเพิ่มอีกนิดหนึ่งเราจะได้ที่อยู่ออนไลน์แบบถาวร หรือ IP แบบคงที่ เป็น Fixed IP Address ที่มีประสิทธิภาพในการทำงาน และมาพร้อมกับประโยชน์มากมาย

 

Fixed IP Address นั้นจะทำให้เครือข่ายของคุณนั้นมีความมั่นคงและปลอดภัยมากขึ้น ถ้าคุณต้อง การโฮสต์เซิฟเวอร์ของตัวเอง สิ่งนี้ก็ขาดไม่ได้เช่นเดียวกัน หรือถ้าคุณมีพนักงานที่ทำงานนอกพื้นที่แล้วต้องการเชื่อมต่อเข้ามาในเครือข่ายของบริษัท หรืออยากจะติดตั้งระบบ VPN (Virtual Private Network) การมี IP แบบคงที่ก็ขาดไม่ได้อีกนั้นแหละ

 

ไม่ว่าอินเทอร์เน็ตบ้านหรืออินเทอร์เน็ตสำหรับบริษัททุกแพ็คเกจที่ทางผู้ให้บริการเสนอนั้นจะมาพร้อมกับระบบป้องกันในระดับหนึ่ง แต่สำหรับบริษัทนั้นความปลอดภัยทางไซเบอร์นั้นสำคัญมากกว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบ้านทั่วไป เพราะถ้าเกิดมีการเล็ดลอดเข้ามาของผู้ไม่ประสงค์ดีในระบบได้แล้ว อาจจะเกิดความเสียหายที่เข้าขั้นเลวร้าย เสียทั้งชื่อเสียงความน่าเชื่อถือของบริษัทและในบางรายข้อมูลของลูกค้าจำนวนมากที่หาค่าไม่ได้ เพราะฉะนั้นบริษัทต้องเลือกระบบอินเทอร์เน็ตที่เหมาะสม มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่ป้องกันการคุกคามจากภายนอก (antivirus, antispyware, firewall, abuse control, spam control และ online backup) และเหมาะสำหรับการบริหารธุรกิจมากกว่าอินเทอร์เน็ตบ้านทั่วไป

 

ฝ่ายบริการที่ครอบคลุมกว่าในทุกเรื่องอาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก แต่พอถึงเวลาที่ต้องการขึ้นมา มันถึงขั้นคอขาดบาดตายกันเลยทีเดียว ลองคิดดูถ้าวันหนึ่งเครือข่ายล่ม สิ่งที่ต้องสูญเสียนั้นมากมาย ไม่ใช่แค่เงินหรือเวลา แต่เป็นความรู้สึกของลูกค้าที่อาจจะแก้ให้กลับคืนมาเหมือนเดิมไม่ได้อีกเลย โดยปกติแล้ว Corporate Internet จะมีสัญญาที่ทางผู้ให้บริการเครือข่ายแจ้งเอาไว้ก่อนล่วงหน้า เกี่ยวกับเรื่อง performance ของอินเทอร์เน็ตและบริการต่างๆ และค่าเสียหายในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่สามารถทำตามสัญญาได้ และลูกค้าในกลุ่มนี้จะได้รับการดูแลก่อนเป็นอันดับต้นๆถ้าเกิดปัญหา

 

มากกว่านั้นอาจจะมีฟีเจอร์ที่แถมมาด้วยอย่างการ backup ข้อมูลบน Cloud ให้โดยอัตโนมัติ, VPNs, ระบบป้องกัน และการติดตั้งในส่วนต่าง

 

สำหรับคนที่ต้องการแค่ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไป Home Internet น่าจะเพียงพอแล้ว แต่สำหรับบริษัท อาจจะถึงเวลาที่จะเปลี่ยนจาก Home Internet มาเป็น Corporate Internet กันได้แล้วถ้าที่กล่าวมาด้านบนคือสิ่งที่คุณให้ความสำคัญ มันคือการลงทุนเพื่อธุรกิจและอนาคต เป็นค่าใช้จ่ายที่สร้างผลตอบแทนระยะยาว เป็นเครื่องมือที่เพิ่มความแข็งแกร่งและมั่นคงให้กับองค์กร บ้านก็ส่วนบ้าน บริษัทก็ส่วนบริษัท อินเทอร์เน็ตก็เช่นเดียวกัน

 

 

  โดย โสภณ สุขมั่งมี คอลัมนิสต์และนักเขียน ผลงานหนังสือของเด็กโข่ง เรื่อง เดอะ เนิร์ด ออฟ ไมโครซอฟต์ (The Nerd of Microsoft)