CAT datacom News & promotion

ศูนย์รวมข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับ CAT datacom

The Rise of Virtual Run : สู่เส้นชัยที่ไม่มีใครเห็น

17.12.2018

เช้าวันหนึ่งขณะที่ผมตื่นขึ้นมาตอนประมาณตีห้า หยิบเสื้อที่เพิ่งได้รับมาเมื่อตอนเย็นใส่ มือกวักน้ำเย็นที่ไหลออกมาจากก็อกน้ำในห้องน้ำเพื่อล้างหน้าให้ร่างกายตื่นตัว มองกระจกเห็นเงาผู้ชายคนหนึ่งในนั้น “บ้ารึเปล่าวะ? จะไปวิ่งทำไม Virtual Run วิ่งคนเดียวไปเรื่อยๆ เวลาดีแค่ไหนก็ไม่มีใครรู้ ไม่มีการแข่งขัน ไม่มีแรงฮึดจากคนรอบข้าง และที่สำคัญมันไม่มีแม้แต่จุดสตาร์ท...”

 

การวิ่งที่ไม่มีเวลาจำกัด ไม่มีนักวิ่งคนอื่นบนสนาม หรือไม่ได้มีเส้นทางสวยๆที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้เพื่อให้ชื่นชมอาจจะดูไม่มีความหมายอะไร แต่ถ้าย้อนกลับมาคิดอีกที การที่ไม่มีการแข่งขันและเน้นย้ำจุดที่สำคัญที่สุดของการออกวิ่งคือเอาชนะเป้าหมายของตัวเอง นี่อาจจะเป็นยารักษาอาการตื่นตัวเมื่อวิ่งต้องลงสนามจริง ท้องไส้ปั่นป่วน และความรู้สึกท้อแท้เมื่อเจอตะโกนมาข้างหลังว่า “ขวานะครับ ขวา!” เพื่อแซงเราขึ้นไปครั้งแล้วครั้งเล่า ความนิยมของ “Virtual Run” ที่มากขึ้นเรื่อยๆ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าหลายๆคนชื่นชอบทางเลือกที่จะวิ่งในบรรยากาศที่สงบ ตามจังหวะของตัวเองไม่น้อยเลยทีเดียว

 

ตอนนี้มีหลายองค์กรและบริษัทที่จัดกิจกรรม Virtual Run ให้กับนักวิ่งที่อยากได้รับประสบการณ์วิ่งแบบนี้ รายละเอียดในแต่ละงานอาจจะต่างกันออกไป แต่ขั้นตอนส่วนมากแล้วคล้ายคลึงกันคือสมัครเข้าร่วมวิ่ง ออกไปวิ่งตามระยะทางที่เราเลือก อัพโหลดระยะทางวิ่งออนไลน์ แล้วก็ได้เหรียญกลับมา ในบางรายการผู้จัดก็จะมีช่วงเวลาที่เราสามารถวิ่งได้ และต้องอัพโหลดรูปภาพหน้าสกรีนช็อตเพื่อเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเราไปวิ่งจริงๆ แต่บางงานก็ไม่ได้เคร่งครัดอะไร ไม่ต้องวิ่งเต็มระยะในวันเดียวก็ได้เช่นกัน ช่วยให้คุณไม่รู้สึกกดดันและค่อยๆไปตามขีดจำกัดที่มี เดิน วิ่ง สลับกันไปได้ตามต้องการ

 

มีแอปพลิเคชั่นหนึ่งที่ผมเพิ่งโหลดมาสดๆร้อนๆชื่อ ​Sofea Run ซึ่งเจ้าตัวแอปตัวนี้มีโครงการวิ่ง Virtual Run ที่เกิดขึ้นในเวลานี้ สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดและสมัครได้เลยทันที อย่างที่ผมเพิ่งลงสมัครไปของ “Tham Luang Cave Run” ที่เปิดรับสมัครจนถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2018 (วิ่งช่วงวันที่ 7-31 ธันวาคม) ใส่รายละเอียดการจัดส่งเสื้อและเหรียญ จ่ายเงินผ่าน Paypal ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย และวันไหนที่จะเริ่มวิ่งก็เปิดแอปพลิเคชั่นตัวนี้ขึ้นมาแล้วกดเข้าไปที่หน้า “Run” เพื่อวิ่ง อาจจะรวดเดียวเลย 10 KM หรือแบ่งเป็นรอบๆ แล้วแต่เราสะดวก เมื่อได้ระยะครบแล้วก็อัพโหลดไปในระบบ เขาก็จะตรวจสอบแล้วก็ส่งเสื้อกับเหรียญมาถึงหน้าบ้านเลย

 

แล้วการที่ไม่มีส่วนประกอบของการแข่งขันวิ่งแบบดั้งเดิมมันน่าสนใจตรงไหน? อย่างแรกเลยถ้าคุณเพิ่งเริ่มวิ่ง บ่อยครั้งที่ช่วงแรกๆคุณจะฟิตลุกมาวิ่งตลอด แล้วผ่านไปสัก 2-3 อาทิตย์ ร่างกายมันจะเริ่มล้า ขี้เกียจ และสุดท้ายก็หยุด หลายต่อหลายคนวนลูปนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า การลงสมัครวิ่งเป็นหนทางที่ดีที่จะทำให้เรามีเป้าหมายในการวิ่งและกระตุ้นให้เราหมั่นลุกขึ้นมาวิ่งเสมอ แต่จะลงสมัครงานวิ่งแต่ละครั้งก็เป็นเรื่องยุ่งยากไม่น้อย ต้องดูวันและเวลาที่ตรงวันว่างจริงๆ สถานที่ที่จัดอาจจะไกลเกินไป เวลาที่จัดอาจจะไม่ได้ ต้องดูแลลูกน้อยหรือภาระทางครอบครัว ที่จอดรถและการเดินทางไปไม่สะดวก บาดเจ็บ ล้มป่วย ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นข้อจำกัดที่ทำให้หลายคนยังเก้ๆกังๆไม่สมัครสักที การลงสมัครวิ่ง ​Virtual Run จะเข้ามาช่วยได้เยอะมากในเรื่องนี้ เพราะมันเป็นการตั้งเป้าหมายในการวิ่งเช่นเดียวกัน อาจจะไม่ได้ดูยิ่งใหญ่เหมือนไปลง Boston Marathon อะไรแบบนั้น แต่มันก็ทำให้เราลุกขึ้นมาใส่รองเท้าแล้วออกไปวิ่ง แทนที่จะนอนกินมันฝรั่งทอดแล้วเลื่อนดู Netflix อยู่บนโซฟาที่บ้าน

 

มันอาจจะเป็นเรื่องที่แปลกหน่อยสำหรับนักวิ่งในรูปแบบดั้งเดิม ตัวผมเองยังหลงใหลในความตื่นเต้นที่เท้าอยู่ในเส้นออกตัว อะดรีนาลีนที่สูบฉีดในร่างกายเมื่อได้ยินเสียงปืนออกตัว ความรู้สึกฮึกเหิมเมื่อได้อยู่ท่ามกลางฝูงชนที่ออกตัววิ่งไปในทางเดียวกัน เสียงฝีเท้าเร่งความเร็วที่อยู่รอบๆตัว ลมหายใจที่หอบถี่ และเส้นทางที่ท้าทายข้างหน้า สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมกลับไปลงสมัครวิ่งอยู่อย่างสม่ำเสมอ แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามที ในหลายต่อหลายครั้งที่เราต้องการหลีกเลี่ยงฝูงชน อยากใช้เวลากับตัวเองและความคิดในสมอง แต่ก็ยังอยากที่จะอยู่ในการแข่งขันเช่นกัน

 

มันเป็นช่องทางที่สะดวกสำหรับการทดสอบเรื่องอาหารและการเตรียมตัวสำหรับวันแข่งจริงเช่นเดียวกัน การวิ่งแบบนี้เปิดโอกาสให้เราได้ทดลองว่าการกินและดื่มน้ำแบบไหนจะทำให้เราวิ่งได้เร็วขึ้น นานขึ้น อันไหนไม่ดีก็ปรับแต่ง เปลี่ยนส่วนประกอบ การนอน การตื่น เสื้อผ้า รองเท้า เพื่อนำสิ่งเหล่านี้มาใช้ในการแข่งวิ่งวันจริงเพื่อดึงประสิทธิภาพของคุณออกมาให้มากที่สุด

แน่นอนว่าอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนหันมาให้ความสนใจกับ Virtual Run มากขึ้นคือมันเป็นการบริจาคเงินเพื่อช่วยในสังคมด้วย เพราะส่วนมากแล้วงานวิ่งเหล่านี้จะจัดขึ้นเพื่อระดมทุนช่วยเหลือองค์กรการกุศลแทบทั้งนั้น มันเป็นเรื่องที่สะดวกและรู้สึกดีทุกครั้งที่การออกไปวิ่งไม่ใช่เพื่อสุขภาพของตัวเองเท่านั้นแต่คือการแสดงถึงความรับผิดชอบ ดูแล และเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่เราอยู่ด้วย แถมโบนัสอีกอย่างหนึ่งคือเสื้อและเหรียญรางวัลของแต่ละงานนั้นก็ทำออกมาได้สวยมากเลยทีเดียว

 

สำหรับนักวิ่งแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการได้ออกไปวิ่ง ก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว การได้ก้าวผ่านขีดจำกัดของตัวเองออกไปเรื่อยๆ ความท้าทายและการแข่งขันกับตัวเองที่ไม่มีวันสิ้นสุด นี่คือสิ่งที่ทำให้กีฬาชนิดนี้ดึงดูดหลายล้านคนบนโลกใบนี้ให้ลุกมาวิ่งทุกวัน เพราะไม่ว่าจุดสตาร์ทจะอยู่ตรงไหน สิ่งที่เรารู้คือนักวิ่งทุกคนจะมีเป้าหมายใหม่ทุกครั้งที่ออกวิ่ง ไม่ว่าจะเวลาที่ดีขึ้นหรือระยะทางที่ไกลออกไป ทุกคนจะมีเส้นชัยเป็นของตนเอง เป็นเส้นชัยที่ไม่มีใครเห็น...นอกจากตัวของเขาเอง

 

 

โดย โสภณ สุขมั่งมี คอลัมนิสต์และนักเขียน ผลงานหนังสือของเด็กโข่ง เรื่อง เดอะ เนิร์ด ออฟ ไมโครซอฟต์ (The Nerd of Microsoft)