CAT datacom News & promotion

ศูนย์รวมข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับ CAT datacom

เปิดตัวเทคโนโลยี 5G สู่สายตาโลกที่ Winter Olympics in Pyeongchang – มันจะเร็วจนหมูต้องตกใจเลยทีเดียว

07.05.2019

สิ่งที่จะได้รับประสบการณ์จากการใช้งานเทคโนโลยีแห่งอนาคตระบบสื่อสารไร้สายยุคที่ 5 หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า 5G  ก่อนมนุษย์หลายคนบนโลกนี้คือ “หมูป่า” ของประเทศเกาหลีใต้ (อ่านไม่ผิดครับหมูป่าจริงๆ) นั่นก็เพราะว่า 5G นั้นได้เปิดตัวที่งานโอลิมปิกฤดูหนาวที่เมืองพย็องชังเมื่อปี 2018

 

ที่นี่ 5G ได้ถูกใช้เพื่อกันไม่ให้เหล่าหมูป่าที่ครองถิ่นฐานอยู่ในภูเขาแถวนั้นมาก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้เข้าแข่งขันและตัวพวกมันเองด้วย โดยพวกเขาจะใช้ 5G ในการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อยิงแสง ปล่อยแก็ส และเปิดเสียงคำรามของเสือเพื่อให้หมูป่าเหล่านี้วิ่งหนีไป และนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มของ 5G เท่านั้น

 

เกาหลีใต้ได้ใช้โอกาสนี้เพื่อเป็นการแสดงศักยภาพของเทคโนโลยีนี้เป็นครั้งแรกของโลกในเชิงพานิชย์ก่อนที่จะทยอยเริ่มเปิดให้ใช้งานกันจริงๆในปี 2020 โดยจะมีทั้งรถบัสประจำทางที่ไร้คนขับและวีดีโอแบบ real-time 360 องศาในการแข่งขันฟิกเกอร์สเกต (figure skate) ระหว่างนักสเกตวาดลีลาบนลานน้ำแข็งอีกด้วย

 

ระบบสื่อสารไร้สายยุคที่ 5 นั้นถูกออกแบบมาให้มีความเร็วที่สูงมาก เทียบกับ 4G ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันแล้วกว่าร้อยเท่า ที่ความเร็วประมาณ 10-20 Gbps ถ้าเปรียบเทียบเป็นภาพยนต์ HD สักเรื่องบน 4G ถ้าไปอยู่บน 5G ก็จะดูหนังแบบ 8K ได้ประมาณ 400 เรื่องในเวลาเดียวกัน และสามารถโหลดภาพยนต์แบบ HD ลงบนมือถือภายในเวลาไม่กี่วินาที ซึ่งเจ้าความเร็วแบบเต็มขีดนี้แหละที่ทำให้การสื่อสารระหว่าง “internet of things” หรือ “IoT” นั้นสามารถเป็นจริงได้โดยไม่มีการดีเลย์ ต่อไปเราก็จะได้เห็นรถยนต์ไร้คนขับส่งข้อมูลให้กับเสาไฟฟ้าที่กำลังส่งสัญญาณให้กับไฟจราจรต่อไปยังรถคันอื่นๆที่ตรวจจับการเคลื่อนไหวของน้องหมาที่ข้างถนนจากปลอกคออัจฉริยะ ฯลฯ

 

Sandra Rivera หนึ่งในรองประธานอาวุโสของบริษัท Intel บอกว่า

 

“5G จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีก้าวไปข้างหน้าได้ ทั้งการพัฒนา Artificial Intelligence (สมองกล), Drones (โดรน), Self-driving vehicles (รถยนต์ไร้คนขับ), Robots (หุ่ยนต์) และแมชชีนที่ต้องการส่งข้อมูลจำนวนมหาศาลถึงกันอยู่ตลอดแบบ real-time”

เปรียบเทียบให้เห็นภาพอีกอย่างหนึ่งก็คือตอนนี้อุปกรณ์ต่างๆสื่อสารกันด้วย 4G นั้นเหมือนเป็นเด็กพูดคุยกัน สื่อสารได้แต่ไม่มาก แต่ 5G นั้นจะเป็นการสนทนาของผู้ใหญ่ ที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูลและมีการโต้ตอบอยู่ตลอดเวลา

Rivera กล่าวต่อว่า

 

“มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ เราเรียกมันว่ายุคสมัยของแมชชีน (era of machines) แมชชีนนั้นกำลังจะมา และ 5G จะเปิดทางให้แก่การมาบรรจบกันของการประมวลผลทางคอมพิวเตอร์และการสื่อสารโต้ตอบ”

 

ในเคสของงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่พย็องชัง, บริษัท KT (หนึ่งในผู้ให้บริการโทรศัพท์ของเกาหลีใต้) จะใช้เทคโนโลยีร่วมกันระหว่าง Intel, Ericsson AB และ Samsung (Huawei เองแม้ว่าจะหนึ่งในผู้นำด้านนี้ไม่ได้เข้าร่วม) เมื่อการแข่งขันจบลง นักพัฒนาจะนำข้อมูลต่างๆที่เก็บตลอดการแข่งขันมาวิเคราะห์เพื่อแก้ไขจุดบกพร่องให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการใช้งานจริงในช่วงปี 2020

 

ในอดีตการแข่งขันระดับโลกแบบนี้ช่วยให้การเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ๆได้รับความสนใจไม่น้อย อย่างตอน Tokyo Olympics ปี 1964 ที่มีการเปิดตัวรถไฟความเร็วสูง หรือแม้แต่โทรทัศน์แบบมีสีก็กลายเป็นมาตรฐานใหม่ในตอนนั้นเช่นกัน

 

จากการคาดการณ์อีก 5 ปีต่อจากนี้จะมีผู้ใช้งาน 5G ทั่วโลกประมาณ 1 พันล้านคน แปรเป็นตัวเงินประมาณ 12.3 ล้านล้านเหรียญ (ประมาณ 390 ล้านล้านบาท) ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั่วโลกภายในช่วงกลางของ 2030s จากการสำรวจของ Ericsson และ IHS Markit

 

ด้วยความเร็วของ 5G ยังมีความเป็นไปได้อีกมากมายที่เหล่าวิศวกรและผู้ใช้งานยังคาดการณ์ไม่ออก คล้ายกับตอนเปิดตัว iPhone แล้วมีการถือกำเนิดขึ้นอย่างมากมายของแอพพลิเคชั่น แต่ถึงแม้ว่ามันน่าจะเปิดประตูสู่การใช้งานที่ไม่รู้จบ กว่าจะไปถึงจุดที่เราสามารถดึงศักยภาพออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ก็คงอีกหลายปี

 

ในการแข่งขันครั้งนี้กล้องขนาดจิ๋วจะถูกติดไว้กับแคร่เลื่อนหิมะเพื่อให้เห็นมุมมองของคนขับ วีดีโอแบบ 360 องศาจะถูกถ่ายทอดสดทำให้ผู้ชมสามารถหยุด กดหมุนปรับมุมมองระหว่างแอคชั่นต่างๆได้อย่างที่ต้องการ รถบัสแบบไร้คนขับจะมีหน้าจอแทนที่กระจกรถไว้ถ่ายทอดสดเกมส์การแข่งขันตลอดเวลาโดยใช้ 5G และจะนำทางด้วยสัญญาณ 5G ด้วยเช่นกัน

 

การจัดการกับหมูป่า?

 

ในพื้นที่ชนบทที่ติดกับสนามแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว, บริษัท KT ใช้เทคโนโลยี 5G เพื่อป้องกันการรุกรานของฝูงหมูป่าจำนวนหลายหมื่นตัวที่ชอบมาขโมยกินหัวมันและแครอทของชาวบ้าน เพราะนอกจากจะทำให้เกิดความเสียกับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรแล้วพวกหมูป่าเหล่านี้อาจจะเป็นอันตรายต่อนักกีฬาหรือนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานด้วยเช่นกัน Han Taek-sik หนึ่งในวิศวกรเครือข่ายของบริษัท KT กล่าวว่า

 

“หมูป่านั้นเป็นสัตว์ที่ฉลาดอย่างไม่น่าเชื่อและเราต้องการอุปกรณ์ที่ฉลาดขึ้นเพื่อทำให้พวกมันกลัว”

 

เขาได้ไปพูดคุยกับชาวบ้านที่อยู่ระแวกนั้น เหล่าเกษตกรทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากได้เทคโนโลยีที่จะช่วยทำให้ชีวิตพวกเขาดีขึ้น และหมูป่าก็เป็นสิ่งที่น่ากังวลใจมากทีสุดในเวลานี้ ทั่วประเทศมีผู้บาดเจ็บจากการโดนหมูป่าโจมตีกว่า 21 รายและมี 3 รายที่ร้ายแรงถึงชีวิตตลอดช่วงเวลา 2012-2016 มีชาวบ้านคนหนึ่งกล่าวว่า

 

“เป็น 5G ที่แรกของโลกหรือไม่ก็ตาม มันจะไม่มีความหมายอะไรเลยถ้าไม่ได้ช่วยทำให้การเกษตรของพวกเราดีขึ้น เรารู้สึกดีที่ไม่ต้องไปพึ่งพาการล่าหรือรั้วไฟฟ้าอีกต่อไป”

 

โดยวิธีการแบบดั้งเดิมนั้นไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ แม้ว่ารัฐบาลจะอนุญาตให้มาการล่าหมูป่าได้อย่างถูกกฎหมาย แต่ก็ไม่ได้ทำให้จำนวนของมันลดลง แถมไม่พอยังมีเสียงต่อต้านจากกลุ่มอนุรักษ์สิทธิของสัตว์ในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง เกษตกรบางคนได้ใช้รั้วไฟฟ้าล้อมพื้นที่เอาไว้ แต่ในช่วงสิบปีที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ไฟช็อต มนุษย์ไปกว่า 9 คน และเทคโนโลยี 4G ตอนนี้ก็ไม่สามารถแยกระหว่างหมูป่า กวาง หรือมนุษย์ได้ จึงถือว่าทุกอย่างที่เข้ามาใกล้คืออันตราย คุณภาพของรูปที่ถูกเก็บเอาไว้ก็ไม่ค่อยดีจึงทำไม่สามารถที่จะฝึก AI ให้สามารถแยกหมูป่าออกจากสิ่งอื่นๆหรือวิเคราะห์พฤติกรรมของพวกมันได้

 

Han บอกว่าเมื่อมี 5G เราจะได้ติดตั้งกล้องที่ส่งสัญญาณแบบ real-time ที่สื่อสารกับ Drones และอุปกรณ์ต่างๆบนพื้นดิน เขาพูดต่อ

 

“มีความตื่นเต้นมากมายเกี่ยวกับ 5G และนวัตกรรมที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ แต่สำหรับหลายๆคนที่อยู่ที่นี่พวกเขาไม่รู้เลยว่าสมาร์ทโฟนทำงานยังไง และพวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องรู้จัก 5G ตราบใดที่ 5G ช่วยทำให้อุปกรณ์ต่างๆนั้นทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้น”

 

   โดย โสภณ สุขมั่งมี คอลัมนิสต์และนักเขียน ผลงานหนังสือของเด็กโข่ง เรื่อง เดอะ เนิร์ด ออฟ ไมโครซอฟต์ (The Nerd of Microsoft)